BEFORE I WAKE : ตื่นแล้วเป็น หลับแล้วตาย

Before-I-Wake-2016-ตื่นแล้วเป็น-หลับแล้วตาย

Before I Wake หลังจากสูญเสีย Sean (Antonio Evan Romero) ลูกชายคนเดียวไป Jessie (Kate Bosworth จาก Superman Returns และ Still Alice) กับ Mark (Thomas Jane จาก The Mist) ก็รับอุปถัมภ์ Cody (Jacob Tremblay จาก Room) เด็กชายกำพร้ามาเป็นลูกชายแทน โดยต่อมาได้ค้นพบว่า Cody เป็นเด็กพิเศษ ทุกสิ่งที่เขาฝัน… ทั้งฝันดี และฝันร้าย… ล้วนกลายเป็นจริง! รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Before I Wake หน้าหนังก็บอกอยู่แล้วว่า นี่เป็นเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ความฝันของเขากลายเป็นเรื่องจริง ดังนั้น คงไม่ถือเป็นการสปอยล์เกินไปนัก ถ้าเราจะบอกว่า เป็นหนังสยองขวัญในเชิงเหนือธรรมชาติก็จริง แต่ไม่ใช่หนังผี (ตราบใดที่เจ้าหนู Jacob Tremblay ไม่ฝันถึงผี) ในส่วนของความน่ากลัวนั้น Before I Wake อาจจะมีความตุ้งแช่บ้างตามสูตรหนังประเภทนี้ แต่ก็น้อยมาก โดยรวมจัดว่าไม่น่ากลัว ค่อนไปทางน่าเบื่อและชวนง่วงเสียด้วยซ้ำ สิ่งที่พอจะทำให้เราลืมตาตื่นจนจบเรื่องอยู่ได้บ้าง คือการแสดงของ Jacob Tremblay (หนูน้อยคนเก่งจากเรื่อง Room) และ Kate Bosworth รวมถึงการสืบสาวหาที่มาที่ไปของพรสวรรค์ของเด็กคนนี้ ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายที่การสืบสาวนั้นเล่าเรื่องได้ไม่ชวนค้นหาติดตามหรือตื่นเต้นเอาเท่าไหร่ แถมตอนคลี่คลายปมหรือตอนเฉลยก็เฉลยง่ายแสนง่าย แต่สุดท้ายคนดูก็ไม่ได้รับคำตอบอยู่ดีว่า ทำไมเจ้าหนู Jacob Tremblay จึงมีพลังพิเศษในการทำฝันให้เป็นจริงได้ แต่เอาจริงๆ พอรู้ว่า Before I Wake กำกับโดย Mike Flanagan ผู้กำกับ Oculus เราก็ไม่คาดหวังอะไรมากแต่แรกละ แค่อยากไปดูการแสดงของ Jacob Tremblay ดาราเด็กมากฝีมือที่แจ้งเกิดถล่มทลายจากภาพยนตร์เรื่อง Room ก็เท่านั้น (ซึ่งก็อย่างที่บอก… อันนี้ไม่ผิดหวังนะ) ข้อดีของ คือการมีสาระและสร้างสตอรี่ มีความพยายามจะจิตวิทยา มีความดราม่าครอบครัว (โดยเฉพาะแม่ลูก) ซึ่งจริงๆ เป็นความคิดที่ดี แต่ติดตรงที่ว่า เมื่อสองปีก่อน เราได้ดูอะไรประมาณนี้จากหนังเรื่อง The Babadook แถมทั้งสองเรื่องยังมีตัวประหลาดตามหลอกหลอนคล้ายกันอีก โดย The Babadook ก็เป็นตัว Babadook ตามชื่อเรื่อง ส่วน Before I Wake ก็มีตัว “The Canker Man.” แล้วปัญหาคือ The Babadook เขาทำมาดีกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นตัวบท การเล่าเรื่อง การแสดง และโปรดักชั่น ดังนั้น สำหรับเรา จึงเป็นหนังที่ดร็อปกว่าและน่าเบื่อมาก อย่างไรก็ดี ถ้าไม่ง่วงจนหลับตาพริ้มหรือกลัวจนปิดตาปี๋ (แต่โดยส่วนตัว เราไม่ปิดตาปิดหูและแทบไม่สะดุ้งเลยนะ ไม่ค่อยน่ากลัว) คนดู ก็อาจได้รับสารที่หนังพยายามจะสอนใจเราอยู่ไม่มากก็น้อย เช่น การยึดติดอยู่กับอดีต การมีความสุขกับปัจจุบัน การยอมรับความจริง ฯลฯ นอกจากนี้ ระหว่างดูหนัง เรายังแอบรู้สึกอีกด้วยนะว่า บางครั้งความทรงจำก็น่ากลัวกว่าความฝัน ตื่นแล้วเป็น หลับแล้วตาย เข้าฉาย 21 เมษายน นี้ ในโรงภาพยนตร์ คะแนนตามความชอบส่วนตัว 6.5/10 (คือยังโชคดีที่หนังจบก่อนที่เราจะ fall sleep คร่อก~)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *